7 เทคนิคการรับเรื่องร้องเรียนอย่างมืออาชีพ ผ่านโทรศัพท์ อีเมล และแชต

ปัจจุบันลูกค้าสามารถร้องเรียนผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งโทรศัพท์ อีเมล แชต และช่องทางออนไลน์อื่น ๆ แม้ปัญหาที่ลูกค้าพบอาจเป็นเรื่องเดียวกัน แต่วิธีการสื่อสารในแต่ละช่องทางมีความแตกต่างกัน

เจ้าหน้าที่จึงไม่เพียงต้องรับข้อมูลให้ครบถ้วน แต่ยังต้องเข้าใจอารมณ์ ความต้องการ และเลือกวิธีตอบกลับให้เหมาะสม เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าเรื่องที่แจ้งได้รับการรับฟังและดูแลอย่างจริงจัง

 

การรับเรื่องร้องเรียนอย่างมืออาชีพสามารถเริ่มต้นได้จาก 7 เทคนิคต่อไปนี้

 

  1. ปรับทัศนคติก่อนรับฟังข้อร้องเรียน

 

อย่ามองข้อร้องเรียนว่าเป็นการตำหนิเจ้าหน้าที่โดยตรง แต่ให้มองว่าเป็นสัญญาณว่าลูกค้ากำลังพบปัญหาและต้องการความช่วยเหลือ เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดใจรับฟังและควบคุมอารมณ์ได้ ก็จะสามารถจัดการสถานการณ์ได้อย่างมีเหตุผลมากขึ้น

 

  1. ฟังหรืออ่านเพื่อจับประเด็น ไม่รีบสรุป

 

ลูกค้าอาจเล่าเรื่องยาว พูดซ้ำ หรือสื่อสารด้วยอารมณ์ เจ้าหน้าที่ควรใช้ทักษะการฟังและการอ่านเพื่อแยกให้ออกว่าเกิดเหตุการณ์อะไร ลูกค้าได้รับผลกระทบอย่างไร เคยดำเนินการอะไรมาแล้ว และต้องการให้องค์กรช่วยเหลือเรื่องใด เพื่อป้องกันการรับเรื่องคลาดเคลื่อนหรือส่งต่อผิดหน่วยงาน

 

     3. แสดงความเข้าใจก่อนอธิบายเหตุผล

 

ก่อนชี้แจงขั้นตอน เงื่อนไข หรือข้อจำกัด ควรสะท้อนให้ลูกค้ารับรู้ว่าเราเข้าใจปัญหา เช่น

“เข้าใจค่ะว่าเหตุการณ์นี้ทำให้คุณลูกค้าเสียเวลา”

หรือ

 

“ขออภัยที่เรื่องนี้ยังไม่ได้รับการดำเนินการตามที่คาดหวังค่ะ”

การแสดงความเข้าใจไม่ได้หมายถึงการยอมรับผิดในทุกกรณี แต่ช่วยลดความรู้สึกว่าลูกค้ากำลังประสบปัญหาอยู่เพียงลำพัง

 

  1. ปรับวิธีตอบให้เหมาะกับแต่ละช่องทาง

 

โทรศัพท์ : ใช้น้ำเสียงสุภาพและนุ่มนวล รับฟังจนจบ และทวนข้อมูลสำคัญเพื่อยืนยันความเข้าใจให้ตรงกัน

 

อีเมล : เรียบเรียงข้อความเป็นลำดับ ใช้ภาษาสุภาพ ชัดเจน และตอบให้ครบทุกประเด็นที่ลูกค้าแจ้งหรือสอบถาม

 

แชต : ตอบอย่างกระชับและต่อเนื่อง หากต้องใช้เวลาตรวจสอบ ควรแจ้งให้ลูกค้าทราบและอัปเดตสถานะเป็นระยะ ไม่ปล่อยให้ลูกค้ารอโดยไม่ทราบความคืบหน้า

 

  1. เลือกใช้คำพูดที่ช่วยลดความขัดแย้ง

 

ควรหลีกเลี่ยงคำพูด เช่น “ไม่ทราบ” “ทำไม่ได้” “ไม่ใช่หน้าที่” หรือ “ต้องรอ” โดยไม่มีคำอธิบาย เพราะอาจทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าถูกปฏิเสธหรือไม่ได้รับการช่วยเหลือ

ควรเปลี่ยนเป็นภาษาที่มุ่งหาทางออก เช่น

“ขอตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมให้ค่ะ”

หรือ

“กรณีนี้จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการต่อค่ะ”

 

  1. แจ้งแนวทางดำเนินการให้ชัดเจน

หลังรับเรื่อง เจ้าหน้าที่ควรแจ้งให้ลูกค้าทราบว่าจะดำเนินการอะไร หน่วยงานใดเป็นผู้รับผิดชอบ ใช้เวลาประมาณเท่าใด และลูกค้าจะติดตามผลได้อย่างไร

 

ข้อมูลที่ชัดเจนจะช่วยลดความกังวลและป้องกันการติดต่อซ้ำ ทั้งนี้ ไม่ควรให้คำมั่นเกินขอบเขตหรือระยะเวลาที่องค์กรสามารถดำเนินการได้จริง

  1. บันทึกและส่งต่อข้อมูลอย่างครบถ้วน

 

การบริการที่ดีไม่ได้จบเพียงการพูดคุยกับลูกค้า แต่รวมถึงการบันทึกข้อเท็จจริง ความต้องการ ระดับความเร่งด่วน และสิ่งที่ได้แจ้งลูกค้าไว้

ข้อมูลที่ครบถ้วนจะช่วยให้ผู้รับผิดชอบดำเนินการต่อได้อย่างรวดเร็ว ลดความผิดพลาด และไม่ทำให้ลูกค้าต้องเล่าเรื่องเดิมซ้ำหลายครั้ง

 

หัวใจของการรับเรื่องร้องเรียนคือการฟังอย่างเข้าใจ ควบคุมอารมณ์ สื่อสารอย่างเหมาะสม และทำให้ลูกค้าเห็นแนวทางดำเนินการที่ชัดเจน

เมื่อเจ้าหน้าที่สามารถปรับวิธีรับมือให้เหมาะกับแต่ละช่องทางได้ เรื่องร้องเรียนก็จะไม่ใช่เพียงปัญหาที่ต้องจัดการ แต่เป็นโอกาสในการฟื้นฟูความเชื่อมั่น และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า

บทความโดย

พัฒนาทีมบริการลูกค้าเพื่อสร้างมาตรฐานการบริการและยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า

เรียนรู้แนวคิดและเครื่องมือที่นำไปใช้ได้จริงผ่านหลักสูตรการบริหารทีมงานบริการลูกค้า และ Contact Center ของ CCM NEXT