7 เทคนิคตรวจสอบคุณภาพการบริการ ให้ได้มากกว่าการตรวจคะแนน

ปัจจุบันลูกค้าติดต่อองค์กรได้จากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์ อีเมล แชต เว็บไซต์ หรือโซเชียลมีเดีย การตรวจสอบคุณภาพการบริการจึงไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการฟังสายสนทนา ควรครอบคลุมทุกจุดติดต่อบริการ หรือทุกช่องทางที่เจ้าหน้าที่มีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า 

การตรวจสอบคุณภาพที่มุ่งเพียงให้คะแนนหรือค้นหาข้อผิดพลาดอาจทำให้เจ้าหน้าที่รู้สึกว่ากำลังถูกจับผิด และผลการประเมินอาจไม่ได้นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพการบริการอย่างแท้จริง การตรวจสอบที่ดีจึงควรช่วยให้องค์กรมองเห็นทั้งคุณภาพของพนักงาน ปัญหาในกระบวนการ และโอกาสในการปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้า

เพื่อให้การตรวจสอบคุณภาพการบริการมีประสิทธิภาพ ผู้ตรวจสอบควรมีแนวทางการทำงานดังนี้

  1. กำหนดเป้าหมายของการตรวจสอบให้ชัดเจน

ก่อนเริ่มตรวจสอบ ควรกำหนดว่าต้องการประเมินเรื่องใดบ้าง เช่น ความถูกต้องของข้อมูล ทักษะการสื่อสาร การวิเคราะห์ความต้องการ การแก้ไขปัญหา หรือการปฏิบัติตามขั้นตอน เป้าหมายที่ชัดเจนจะช่วยให้เลือกเคสและใช้เกณฑ์ประเมินได้ตรงประเด็น

 

  1. ตรวจสอบให้ครอบคลุมทุกช่องทางบริการ

แต่ละช่องทางมีรูปแบบการสื่อสารแตกต่างกัน โทรศัพท์ต้องให้ความสำคัญกับน้ำเสียงและการฟัง ขณะที่อีเมลและแชตต้องพิจารณาความชัดเจน ความถูกต้อง และระยะเวลาในการตอบกลับ องค์กรจึงควรกำหนดทั้งมาตรฐานหลักที่ใช้ร่วมกัน และเกณฑ์เฉพาะที่เหมาะกับลักษณะของแต่ละช่องทาง

 

  1. เลือกเคสให้หลากหลายและสะท้อนงานจริง

 

ไม่ควรตรวจเฉพาะเคสที่มีข้อร้องเรียนหรือเกิดความผิดพลาด แต่ควรเลือกทั้งเคสทั่วไป เคสซับซ้อน เคสส่งต่อ และเคสที่เจ้าหน้าที่ทำได้ดี เพื่อให้เห็นภาพรวมของคุณภาพบริการและค้นหาตัวอย่างที่สามารถนำมาใช้เป็นแนวทางให้ทีมได้

 

  1. ใช้เกณฑ์ที่วัดจากพฤติกรรมการให้บริการได้จริง

 

หัวข้อประเมินควรระบุสิ่งที่สังเกตได้ เช่น การจับประเด็น การตั้งคำถาม การยืนยันความเข้าใจ การใช้ภาษาที่เหมาะสม การอธิบายขั้นตอน รวมถึงการสรุปความเข้าใจและแจ้งขั้นตอนดำเนินการต่อ  หลีกเลี่ยงคำกว้าง ๆ เช่น “บริการดี” หรือ “มีใจบริการ” เพราะผู้ประเมินอาจตีความแตกต่างกัน

 

  1. ประเมินทั้งวิธีการให้บริการของเจ้าหน้าที่และผลลัพธ์ของลูกค้า

 

ในบางครั้ง การตรวจสอบพบว่า เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามขั้นตอนได้ครบถ้วน แต่ลูกค้ายังไม่ได้รับคำตอบหรือจำเป็นต้องติดต่อซ้ำ ดังนั้น การตรวจสอบควรพิจารณาทั้งคุณภาพการสื่อสาร ความถูกต้องของข้อมูล และผลลัพธ์ที่ลูกค้าได้รับจากการติดต่อครั้งนั้น

 

  1. ให้ Feedback ที่ชัดเจนและนำไปใช้ได้

การประเมินที่มีเพียงคะแนน ไม่เพียงพอต่อการพัฒนาคุณภาพการบริการ  ผู้ตรวจสอบ (QA) ควรระบุสิ่งที่เจ้าหน้าที่ทำได้ดี สิ่งที่ควรปรับปรุง พร้อมยกตัวอย่างจากเคสจริง และแนะนำแนวทางที่สามารถนำไปใช้ได้ทันที โดยเลือกประเด็นพัฒนาครั้งละหนึ่งถึงสองเรื่องเพื่อให้ติดตามผลได้อย่างต่อเนื่อง

 

  1. นำผลตรวจสอบไปปรับปรุงระบบงาน

หากพบปัญหาเดิมเกิดขึ้นในหลายช่องทางหรือกับเจ้าหน้าที่หลายคน อาจสะท้อนว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคลเพียงอย่างเดียว แต่อาจมาจากข้อมูลที่ไม่ชัดเจน ขั้นตอนที่ซับซ้อน หรือระบบที่ไม่สนับสนุนการทำงาน ผลการตรวจสอบจึงควรถูกนำไปใช้พัฒนาคู่มือ การอบรม กระบวนการทำงาน และระบบที่สนับสนุนการบริการควบคู่กัน

การตรวจสอบคุณภาพการบริการที่มีประสิทธิภาพไม่ควรจบลงที่การให้คะแนนเท่านั้น ข้อมูลที่ได้จากการตรวจสอบจะช่วยให้องค์กรเข้าใจว่าลูกค้าได้รับประสบการณ์แบบใดในแต่ละช่องทาง เมื่อมีเป้าหมายที่ชัดเจน ใช้เกณฑ์ตรวจสอบที่เหมาะสม และนำผลไปพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การตรวจสอบคุณภาพจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับทั้งเจ้าหน้าที่ กระบวนการทำงาน และประสบการณ์ของลูกค้า

บทความโดย

พัฒนาทีมบริการลูกค้าเพื่อสร้างมาตรฐานการบริการและยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า

เรียนรู้แนวคิดและเครื่องมือที่นำไปใช้ได้จริงผ่านหลักสูตรการบริหารทีมงานบริการลูกค้า และ Contact Center ของ CCM NEXT